บทความ / การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Written By
Published: 15.05.2024

Key Insights

  • “ยุคแห่งภาวะโลกเดือดได้มาถึงแล้ว” รายงานปี 2023 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แสดงให้เห็นว่า การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศที่ล่าช้าจะไม่ได้หมายถึงหายนะที่ร้ายแรงขึ้นต่อมนุษย์และระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังหมายถึงโอกาสในการฟื้นฟูความสูญเสียและความเสียหายที่น้อยลงเรื่อยๆ

  • 5 ตัวอย่างนโยบายต่อสู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ จาก 5 ประเทศ ที่เริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซ และนโยบายการปรับตัวและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • นโยบายลดภาวะเสี่ยงต่อภัยพิบัติ จาก บังกลาเทศ
  • นโยบายแผนปฏิบัติการสู้ความร้อน จาก อินเดีย 
  • นโยบายทดลองระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETSs) จาก จีน
  • นโยบายการลงทุนในบริการรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) จาก แอฟริกาใต้
  • นโยบายGreen Taxonomy จาก โคลอมเบีย

 

“ยุคแห่งภาวะโลกเดือดได้มาถึงแล้ว” เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ประกาศ หลังจากอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรพุ่งสูงทำลายสถิติในปี 2023 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นได้นำไปสู่หายนะทำลายล้างทั่วโลกเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติไปจนถึงการพลัดถิ่นฐาน การสูญเสียการดำรงชีพไปจนถึงการสูญสิ้นทั้งประเทศที่อาจเกิดขึ้น (พื้นที่ราบต่ำ เช่น เกาะตูวาลูในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังจมลงเนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์) 

รายงานปี 2023 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แสดงให้เห็นว่า การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศที่ล่าช้าจะไม่ได้หมายถึงหายนะที่ร้ายแรงขึ้นต่อมนุษย์และระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังหมายถึงโอกาสในการฟื้นฟูความสูญเสียและความเสียหายที่น้อยลงเรื่อยๆ  

เวลาเหลือน้อยแล้ว และเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือทำและบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์โดยทันที

โชคดีที่เราไม่ได้เผชิญการเปลี่ยนผ่านนี้เพียงลำพัง ประเทศอื่น ๆ ได้เริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซแล้ว ในบทความนี้ เราจะมุ่งเน้นศึกษาตัวอย่างนโยบายการปรับตัวและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

นโยบายปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 บังกลาเทศ — ลดภาวะเสี่ยงต่อภัยพิบัติ

สภาพภูมิประเทศของบังกลาเทศ บวกกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนทำให้ประเทศนี้เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างยิ่ง  แนวชายฝั่งของบังกลาเทศถูกคุกคามอย่างต่อเนื่องด้วยภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพายุหมุนเขตร้อน ล่าสุดในปีนี้ ชายฝั่งบังกลาเทศถูกพายุไซโคลนระดับห้าถล่มสร้างความเสียหายอย่างหนักอีกครั้ง แต่เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานด้านความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศที่แข็งแกร่ง ทำให้ประเทศกลับมาฟื้นตัวได้ใหม่

บังกลาเทศเป็นที่รู้จักกันดีจากแนวทางเชิงรุกในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ รัฐบาลบังกลาเทศได้ลงทุนอย่างมากในการสร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมในระดับท้องถิ่น เช่น ระบบเตือนภัยล่วงหน้าในท้องถิ่น และโครงสร้างพื้นฐานที่ลดผลกระทบของภัยพิบัติทางธรรมชาติและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับผลที่ตามมาภายหลัง  อย่างการปรับปรุงแนวกั้นคลื่นตามชายฝั่ง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการต้านทานภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยคุกคามที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศ ในบริบทของบังกลาเทศ การปกป้องชายฝั่งจะตามมาด้วยความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากเป็นที่ที่ผู้คนหาเลี้ยงชีพผ่านการเกษตรกรรมและสร้างชุมชนของตนเอง

 

อินเดีย — แผนปฏิบัติการสู้ความร้อน

 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทำให้เกิดคลื่นความร้อนซึ่งเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อผู้คนในซีกโลกตะวันออก  และทดสอบสิ่งที่ ดร. จันทนี สิงห์ แห่งสถาบันเพื่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์แห่งอินเดีย เรียกว่า “ขีดจำกัดของการอยู่รอด” ของมนุษยชาติ ในอินเดีย อัตราการเสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นมากกว่า 55% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติที่คุกคามชีวิตนี้ทำให้รัฐบาลเมืองอาห์เมดาบัด ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐคุชราต นำแผนปฏิบัติการสู้ความร้อน (heat action plan) มาใช้

เป้าหมายสำคัญของแผนปฏิบัติการสู้ความร้อนคือ ตรวจจับสัญญาณของคลื่นความร้อนที่ร้ายแรงและป้องกันการเสียชีวิตโดยลงมือดำเนินการล่วงหน้า แทนที่จะมุ่งเน้นเฉพาะที่บริการดูแลสุขภาพระดับตติยภูมิ แผนปฏิบัติการสู้ความร้อนยังขยายออกไปเพื่อสนับสนุนการใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้าในชุมชนท้องถิ่น การให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ และมาตรการรับมือกับความร้อน (เช่น หลังคาเย็น) เพื่อลดจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ มีรายงานว่าเมืองนี้สามารถช่วยชีวิตประชาชนได้มากกว่า 1,000 คนหลังเริ่มดำเนินการแผนนี้ 

 

นโยบายลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

จีน — ทดลองระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETSs)

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในมหาอำนาจเศรษฐกิจชั้นนำของโลก แต่ก็เป็นหนึ่งในผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดด้วย จีนตัดสินใจที่จะรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนโดยการนำระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading Systems: ETSs) มาใช้ 

ระบบนี้จะมีการกำหนดราคาการปล่อยคาร์บอน รัฐบาลจะกำหนดเพดานว่าผู้ผลิตแต่ละรายสามารถปล่อยคาร์บอนได้มากน้อยเพียงใด แล้วออกโควต้าในรูปแบบใบอนุญาตเพื่อให้ผู้ผลิตจ่ายค่าปล่อยก๊าซ แต่ถ้าผู้ผลิตรายใดปล่อยก๊าซเกินกว่าเพดานที่กำหนดและโควต้าของตนไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ ผู้ผลิตรายนั้นต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซของตน หรือซื้อใบอนุญาตจากผู้ผลิตรายอื่น ที่ประเทศจีน มีการออกใบอนุญาตปล่อยก๊าซให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินและก๊าซ โดยจะควบคุมระดับความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แทนที่จะควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซ

 

แอฟริกาใต้ — การลงทุนในบริการรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT)

แอฟริกาใต้ไม่เพียงแต่จะประสบกับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับมรดกของระบบแบ่งแยกสีผิว ซึ่งในอดีตผลักดันคนจนเมืองให้ออกไปอยู่ในเขตชานเมืองรอบนอก ห่างไกลจากศูนย์กลางการค้า 

ในบริบทนี้ รัฐบาลแอฟริกาใต้ได้นำกลยุทธ์รถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit; BRT) มาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อในเมือง 

ปัจจุบัน บริการ BRT ของแอฟริกาใต้ครอบคลุมเมืองที่มีประชากรหนาแน่น 3 เมือง แต่ละเมืองมีเส้นทางเดินรถประจำทาง 2 สาย โดยใช้รถโดยสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อขนส่งผู้โดยสารมากกว่าพันคนต่อวัน (จำนวนมากที่สุดอยู่ในเคปทาวน์ ซึ่งประชาชนอย่างน้อย 66,178 คนใช้ระบบ BRT เดินทางทุกวัน) 

กรมขนส่งของแอฟริกาใต้ยังได้ริเริ่มกลยุทธ์เครือข่ายการขนส่งสาธารณะแบบบูรณาการ (Integrated Public Transport Network; IPTN) ซึ่งเชื่อมโยงระบบ BRT กับรูปแบบการขนส่งที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น โดยเฉพาะรถขนส่งกึ่งสาธารณะและมินิบัส เฉพาะในเคปทาวน์เพียงอย่างเดียว ระบบ BRT แบบบูรณาการของเมืองได้ลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษที่เกี่ยวข้องลงถึง 45%

 

โคลอมเบีย — Green Taxonomy

โคลอมเบียเป็นประเทศแรกในอเมริกาใต้ที่เริ่มใช้ Green Taxonomy หรือระบบจำแนกกลุ่มกิจกรรมสีเขียว ซึ่งเป็นเครื่องมือการจัดประเภทที่กำหนดมาตรฐานว่า โครงการเศรษฐกิจแต่ละโครงการสามารถช่วยให้โคลอมเบียบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศได้หรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศต่างๆ เช่น ข้อตกลงปารีส แผนพัฒนาแห่งชาติ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 

หากโครงการนั้นผ่านเกณฑ์การจำแนกโดยพิสูจน์ให้เห็นถึงผลกระทบในทางบวกของโครงการต่อสิ่งแวดล้อม ก็จะได้รับเงินทุนผ่าน “พันธบัตรสีเขียว” ระบบ Green Taxonomy ถูกออกแบบมาให้เป็นกลไกทางการเงินที่ปรับทิศทางกระแสการเงินของภาคเอกชนไปสู่ความยั่งยืน โดยจัดให้วัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอันดับต้นๆ ในการลงทุน พร้อมกับส่งเสริมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นไปพร้อมกันด้วย ระบบนี้เป็นส่วนสำคัญของแผนงานของโคลอมเบียในการสร้างความยืดหยุ่นด้านการเงิน ตลอดจนกระตุ้นให้ระบบการเงินดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อต่อต้านภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ

 

__________

อ้างอิง

 “Bangladesh’s 50 Years Journey to Climate Resilience.” World Bank, blogs.worldbank.org/endpovertyinsouthasia/bangladeshs-50-years-journey-climate-resilience.

“COP26 Case Studies on Climate Change and Health.” World Health Organization, World Health Organization, www.who.int/publications/m/item/cop26-case-studies-on-climate-change-and-health.

“Hottest July Ever Signals ‘era of Global Boiling Has Arrived’ Says UN Chief | UN News.” United Nations, United Nations, news.un.org/en/story/2023/07/1139162.

“India Heatwave: High Temperatures Killing More Indians Now, Lancet Study Finds.” BBC News, BBC, 26 Oct. 2022, www.bbc.com/news/world-asia-india-63384167.

UN Environment. “Climate Change 2023: Synthesis Report.” UNEP, www.unep.org/resources/report/climate-change-2023-synthesis-report.

World Bank. “Reality Check: Lessons from 25 Policies Advancing a Low-Carbon Future.” Open Knowledge Repository, Washington, DC: World Bank, openknowledge.worldbank.org/entities/publication/3770b59a-617f-4636-8aa1-adbe6db7db34.

งานของเรา
สำรวจการนำนวัตกรรมมาออกแบบนโยบาย
คลังความรู้
เรียนรู้ด้านนโยบายสาธารณะ
ร่วมกับเรา
ออกแบบนโยบายกับเรา
Back to Top